อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
วันจันทร์ไม่มีรายงานด้านเศรษฐกิจมหภาคสำคัญใด ๆ ถูกกำหนดประกาศไว้ ยกเว้นดัชนีราคาผู้ผลิตระดับรอง (third-tier) ของเยอรมนี อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงตอบสนองต่อข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคค่อนข้างเฉยชา ตลอดช่วงสองเดือนที่ผ่านมา รายงานสำคัญเกือบทั้งหมดถูกเมินไป ในช่วงก่อนหน้านี้ ตลาดเข้าซื้อดอลลาร์แทบจะด้วยเหตุผลเดียวคือสงครามในตะวันออกกลางและแรงขับจากการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง แต่ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดกลับขายดอลลาร์จากกระแสการลดความตึงเครียดของความขัดแย้ง อย่างไรก็ดี การลดระดับความตึงเครียดนี้อาจพลิกกลับไปสู่การยกระดับความขัดแย้งได้ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป
เหตุการณ์สำคัญในวันจันทร์คือการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางยุโรป Christine Lagarde อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงเมินเฉยต่อปัจจัยด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลาง ดังนั้นถ้อยแถลงจากตัวแทนของ ECB, Federal Reserve และ Bank of England จึงไม่ได้มีนัยสำคัญมากนักในช่วงเวลานี้ ทั้งนี้ Fed ยังไม่ถูกคาดหมายว่าจะเข้มงวดนโยบายการเงินในปี 2026 ขณะที่ BoE และ ECB อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายท่ามกลางเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น อย่างไรก็ดี ฉากหลังทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังเปลี่ยนแปลงแทบทุกวัน ซึ่งหมายความว่าธนาคารกลางต่าง ๆ อาจไม่เร่งรีบตัดสินใจเรื่องสำคัญด้านนโยบายการเงิน ตัวอย่างเช่น สัปดาห์นี้ สงครามในตะวันออกกลางอาจปะทุขึ้นอีกครั้งได้หากไม่มีการลงนามข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ดังนั้น ECB และ BoE อาจยืดระยะเวลาการ “พัก” ออกไปจนถึงเดือนเมษายน
ในวันทำการซื้อขายวันแรกของสัปดาห์ คู่อัตราแลกเปลี่ยนทั้งสองอาจยังเคลื่อนไหวในลักษณะปรับฐานต่อไป แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เทรดเดอร์ควรให้ความสำคัญกับระดับราคาเชิงเทคนิคและปัจจัยทางเทคนิคเป็นหลัก ยูโรในวันนี้สามารถเทรดได้ในกรอบ 1.1745–1.1754 ขณะที่เงินปอนด์สามารถเทรดได้ในกรอบ 1.3476–1.3489 เรายังคงไม่เห็นปัจจัยรองรับสำหรับการแข็งค่าที่แรงและต่อเนื่องของดอลลาร์สหรัฐ (เมื่อพิจารณาปัจจัยทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะด้านภูมิรัฐศาสตร์) ดังนั้นเราจึงคาดว่าจะเห็นแนวโน้มในปี 2025 กลับมาเดินหน้าต่อ โดยยูโรและปอนด์มีโอกาสเข้าใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี
ระดับราคาของแนวรับและแนวต้านคือระดับที่ใช้เป็นเป้าหมายเมื่อเปิดสถานะซื้อหรือขาย สามารถวางจุด Take Profit ใกล้กับบริเวณเหล่านี้ได้
เส้นสีแดงแสดงถึงกรอบช่องราคา (channel) หรือเส้นแนวโน้มที่บ่งบอกแนวโน้มปัจจุบัน และระบุทิศทางที่ควรให้ความสำคัญในการเทรดในตอนนี้
อินดิเคเตอร์ MACD (14,22,3) – ทั้งฮิสโตแกรมและเส้นสัญญาณ – เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งสัญญาณได้เช่นกัน
การกล่าวสุนทรพจน์สำคัญและรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ (ซึ่งจะถูกระบุไว้ในปฏิทินข่าวเสมอ) สามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของคู่เงินได้ ดังนั้นในช่วงที่มีการประกาศข้อมูลเหล่านี้ ควรเทรดด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง หรือออกจากตลาดไปก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับทิศของราคาอย่างรุนแรงสวนทางกับทิศทางเดิม
เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาดฟอเร็กซ์ควรตระหนักว่าไม่ใช่ทุกออเดอร์ที่จะทำกำไรได้ การมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนและการบริหารเงินทุนที่มีประสิทธิภาพคือกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการเทรดระยะยาว