อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
วันนี้ค่าเงินยูโรและปอนด์อังกฤษเคลื่อนไหวสอดคล้องกับกลยุทธ์ Mean Reversion โดยผมไม่ได้เปิดสถานะซื้อขายใด ๆ ตามกลยุทธ์ Momentum
ตามข้อมูลที่ออกมาพบว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซนปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.2% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ทุกประการ และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อค่าเงินยูโร แม้ว่าตัวเลขนี้จะเป็นหนึ่งในมาตรวัดแรงกดดันเงินเฟ้อที่สำคัญ แต่ก็ถูกสะท้อนในราคาไปล่วงหน้าโดยผู้เล่นในตลาดแล้ว การที่ไม่มีปัจจัยเซอร์ไพรส์บ่งชี้ว่าคู่สกุลเงินน่าจะยังคงแกว่งตัวอยู่ในกรอบเดิม ซึ่งถูกกำหนดโดยการผสมผสานของปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคในภาพรวม
ในช่วงการซื้อขายฝั่งสหรัฐ (US session) บรรดานักเทรดจะจับตาข้อมูลจากแบบสำรวจตำแหน่งงานว่างและอัตราการลาออก (JOLTS) ของ US Bureau of Labor Statistics ควบคู่กับดัชนี RCM/TIPP Economic Optimism แม้ตัวเลขเหล่านี้จะไม่ใช่มาตรวัดที่สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจสหรัฐ แต่ก็อาจส่งผลต่อบรรยากาศในตลาดในระยะสั้น จำนวนตำแหน่งงานว่างสะท้อนถึงอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ขณะที่ข้อมูลการหมุนเวียนแรงงานช่วยให้เห็นภาพความคล่องตัวของแรงงานและการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงาน หากตัวเลขออกมาดีโดยทั่วไปแล้วจะบ่งชี้ถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง และอาจเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนี RCM/TIPP Economic Optimism วัดมุมมองและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจต่อภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันและในอนาคต หากตัวเลขออกมาดีกว่าคาด (แม้โอกาสจะไม่สูงนัก) ก็อาจสะท้อนถึงกิจกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแรงขึ้น และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยบวกต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเช่นกัน
หากข้อมูลออกมาแข็งแกร่ง ผมจะใช้กลยุทธ์ Momentum แต่หากตลาดตอบสนองต่อการประกาศตัวเลขไม่มากนัก ผมจะยังคงใช้กลยุทธ์ Mean Reversion ต่อไป
กลยุทธ์ Momentum (Breakout Trading) สำหรับช่วงครึ่งหลังของวัน
สำหรับ EUR/USD
สำหรับ GBP/USD
สำหรับ USD/JPY
กลยุทธ์ Mean Reversion สำหรับช่วงครึ่งหลังของวัน
สำหรับ EUR/USD
สำหรับ GBP/USD
สำหรับ AUD/USD
สำหรับคู่เงิน USD/CAD